เมื่อพูดถึงแว่นตาอัจฉริยะหลาย ๆ คนคงคิดถึงแว่นตารูปร่างประหลาด มีขนาดใหญ่ และน้ำหนักมาก ถ้าคุณคิดแบบนี้ขอบอกเลยว่าคุณคิดผิดอย่างแน่นอน เพราะแว่นตาลักษณะนี้เก่า ตกยุค และไม่มีใครกล้านำมาใช้จริงในชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน แต่แว่นตาอัจฉริยะที่จะพูดถึงนี้ถ้ามองผ่าน ๆ ไม่ต่างจากแว่นสายตาโดยทั่วไปเลย ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง น้ำหนัก และที่สำคัญมีความทันสมัยเหมาะกับผู้สวมใส่ทุกเพศทุกวัย ด้วยเทคโนโลยีที่นำมาผลิตแว่นตานี้จะทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกถึงความอัจฉริยะ ไปพร้อม ๆ กับการใช้งานที่สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันอย่างแยกกันไม่ออกเลยทีเดียว

                แว่นตาอัจฉริยะเป็นเทคโนโลยีที่มีการพัฒนามาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะนำมาใช้จริงในชีวิตประจำวันได้ ด้วยเรื่องของรูปร่าง น้ำหนัก และข้อจำกัดทางด้านการฝังกล้องไว้ภายในแว่นตา ซึ่งไม่เหมาะกับสถานที่ที่ห้ามถ่ายรูป หรือสถานที่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว แต่เทคโนโลยีของแว่นตาอัจฉริยะในปัจจุบันนี้ลืมข้อจำกัดเหล่านี้ไปได้เลย เพราะแว่นจะมีลักษณะเรียบ ดูดี เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย ไม่มีกล้องขนาดเล็ก ไม่มีไมโครโฟนที่ยื่นออกมา ไม่มีหน้าจอแสดงผลต่าง ๆ และที่สำคัญไม่มีสายที่ดูวุ่นวาย ถ้าดูจากภายนอกแบบไม่สังเกตจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าแว่นที่ใส่อยู่เป็นแว่นตาอัจฉริยะ แว่นตานี้มีน้ำหนักเบาเพราะมีการฝัง Bluetooth ไว้เพียงอย่างเดียว เพื่อทำหน้าที่เชื่อมแว่นตาเข้ากับโทรศัพท์มือถือแบบ Smart Phone ที่ใช้ได้กับทุกระบบปฏิบัติการ คล้ายกับการทำงานของนาฬิกาอัจฉริยะ (Smart Watch) คำสั่งต่าง ๆ จะถูกสั่งการด้วยแว่นตา โดยใช้การส่องเลเซอร์เข้าที่ตา ด้วยภาพสะท้อนสีแดง ขาว ดำ เข้าที่จอตาของผู้สวมใส่โดยตรง และภาพเหล่านี้จะหายไปถ้าผู้สวมใส่เบนสายตาไปในทิศทางอื่น แว่นตาจึงมีความสามารถตรวจจับเซ็นเซอร์ได้ด้วยการเอียงสายตา จะมีการแสดงผลต่าง ๆ ของโทรศัพท์มือถือ Smart Phone ผ่านแว่นตาโดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูบ่อย ๆ ทำให้ปลอดภัย และไม่พลาดข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งการแจ้งเตือนเหล่านี้ไม่รบกวนเวลาในการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะการแจ้งเตือนจะหายไปเมื่อผู้สวมใส่ไม่สนใจ หรือ มีการขยับศีรษะ นอกจากนี้แว่นตาอัจฉริยะสามารถทำให้ผู้สวมใส่มองเห็นข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่เรากำลังติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ได้ แว่นตาอัจฉริยะนี้พัฒนาโดยลดข้อจำกัดจากแว่นตาอัจฉริยะในอดีต ดังต่อไปนี้

  1. รูปทรงที่เหมือนแว่นปกติ ทำให้สามารถใช้เป็นแว่นสายตาได้ ไม่จำเป็นต้องนำไปสวมทับกับแว่นตาเดิมที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน
  2. แบตเตอรี่ที่ใช้ได้นานเพิ่มมากขึ้น เพราะไม่มีเทคโนโลยีที่มากเกินจำเป็นทำให้ประหยัดพลังงาน
  3. ไม่มีคุณสมบัติที่เกินความจำเป็น เน้นการทำงานในชีวิตประจำวันเท่านั้น

แว่นตาถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับคนที่มีปัญหาทางสายตา หลาย ๆ คนใช้แว่นตาเพื่อความสวยงามหรือเป็นแฟชั่น จะดีแค่ไหนที่แว่นตาอัจฉริยะนอกจากจะตอบโจทย์การทำงานของแว่นตาแบบทั่ว ๆ ไปแต่ยังสามารถนำมาใช้เพิ่มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันให้เราได้ด้วย เรียกได้ว่าความอัจฉริยะไม่จำเป็นต้องดูเชย หรือแปลกประหลาดเสมอไป