จากกรณีข้อพิพาทระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กับ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน ที่ได้เปิดฉากมาสักพักแล้ว ล่าสุดทรัมป์ได้ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจีนจาก 10% เป็น 25% แถมด้วยมาตรการฉุกเฉินที่ให้ทางบริษัทในประเทศห้ามทำการค้ากับ Huawei บริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีของจีน ส่งผลให้ทาง Google บริษัทชั้นนำของโลกต้องออกมายุติความสัมพันธ์กับทาง Huawei ซึ่งในขณะเดียวกันทางจีนเองก็ออกหมัดสวนกลับด้วยการประกาศขึ้นภาษีในอัตรา 5-25% เป็นที่เรียบร้อย

ถึงตรงนี้หลาย ๆ คนอาจจะเริ่มสับสนว่า แล้วมันจะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการในโลกของเทคโนโลยีมากขนาดนั้นเลยหรอ เราเลยจะมาสรุปให้ดูกันว่าเหตุการณ์ใหญ่ครั้งนี้จะสร้างผลกระทบอย่างไรได้บ้างในอนาคต แต่ขอเตือนว่าอ่านแล้วอย่าตกใจกันล่ะ

Apple อยู่เฉย ๆ ก็โดนผลกระทบ

เรียนผู้ใช้บริการสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ของแอปเปิลทุกท่าน อย่าคิดว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นแล้วคุณกำลังจะได้นั่งสบาย ๆ เพราะจริง ๆ แล้วเจ้าเทคโนโลยีที่ทุกคนใช้งานอยู่นี้ ล้วนแล้วแต่มีฐานการผลิตอยู่ที่โรงงานในประเทศจีนทั้งสิ้น

โอเคว่ามันอาจจะไม่ถึงขั้นที่ผู้คนทั่วทุกมุมโลกจะไม่มีสินค้าของแอปเปิลไว้ใช้งาน แต่เรารับประกันได้เลยว่าจากการขึ้นภาษีรอบนี้จะทำให้ต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น ซึ่งจะผลกระทบต่อเงินในกระเป๋าของคุณลูกค้าทั้งหลายอย่างแน่นอน แถมยิ่งกว่านั้นคืออาจทำให้ยอดจำหน่ายสินค้าตกลงจนส่งผลให้ต้องหยุดแผนพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ทางบริษัทตั้งใจไว้ด้วย

Intel , Qualcomm , Broadcom ก็ประกาศแบนไปด้วย

ไม่ใช่เพียงแค่ Google ที่ประกาศยกเลิกการสนับสนุนที่มีต่อ Huawei แต่อีก 3 บริษัทชั้นนำอย่าง Intel , Qualcomm และ Broadcom ก็ได้ออกมาประกาศเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน ซึ่งส่งผลให้ต่อจากนี้ทาง Huawei เองก็จะไม่สามารถใช้สิทธิประโยชน์จาก Hardware และ Software ของบริษัทเหล่านี้ได้อีกต่อไป เท่ากับว่าเป็นความเสียหายในระดับร้ายแรงเลยทีเดียว แต่เหล่านักพนันยังอุ่นใจได้บ้าง เพราะ VWIN ไม่ได้โดนหางเลขไปด้วย

ในทางกลับกันอย่าพึ่งลืมเรื่องที่เราพึ่งพูดไปเมื่อตอนต้นว่าทางจีนเอกก็พึ่งประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเพื่อเอาคืนเช่นกัน ซึ่งจะส่งผลให้เทคโนโลยีทุกอย่างที่ทางจีนผลิตและปล่อยออกมาวางจำหน่ายโดยใช้ชิปของบริษัทเหล่านี้ ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ก็ต้องจ่ายเพื่อซื้อสินค้าในราคาที่สูงขึ้น จนอาจส่งผลให้ทุกบริษัทที่เกี่ยวข้อง ต้องระงับแผนพัฒนาทุกอย่างและคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ชิปหาย!! บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในสหรัฐก็โดน

ใจเย็น ๆ ก่อน คำว่า ชิปหาย ในที่นี้เราไม่ได้หมายความไปในทางหยาบคายแต่อย่างใด เพราะล่าสุดทาง สี จิ้นผิง ได้เดินทางไปที่ โรงงานผลิตแร่แรร์เอิร์ธ ซึ่งตั้งอยู่ที่มณฑลเจียงซี โดยสถานที่นี้เองเป็นแหล่งผลิตแร่ดังกล่าวส่งออกทั่วโลกในอัตราส่วนกว่า 90%

ซึ่งปัญหาก็อยู่ที่ตรงนี้แหละ เพราะเสมือนทาง สี จิ้นผิง ต้องการสื่อเป็นนัย ๆ ว่าแร่ดังกล่าวจะเข้ามามีบทบาทในการต่อรองอย่างแน่นอน โดยเจ้าแร่แรร์เอิร์ธถือเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ใช้ในการผลิต ชิป เพื่อนำไปติดตั้งในอุปกรณ์เทคโนโลยีต่าง ๆ มากมาย และด้วยทุกวันนี้เราอยู่ในโลกที่ถูกขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยี ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันมีความสำคัญอย่างมากต่อเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่กำลังทำการวิจัยอยู่เกือบทั้งหมดเช่น เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ , หุ่นยนต์สมองกล หรือแม้กระทั่งแนวคิดที่จะเข้ามาพัฒนาสังคมโลกอย่าง Smart City เป็นต้น แล้วคำถามคือเหล่าบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีทั่วโลกที่อาจได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ ตั้งอยู่ที่ไหนกันนะ คำตอบคืออยู่ใน ซิลิคอนวัลเลย์ ที่สหรัฐอเมริกายังไงล่ะ

ดังนั้นแล้วนี่อาจเป็นเหมือนสัญญาณบ่งบอกถึงแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ ที่อาจส่งผลกระทบถึงขั้นหยุดยั้งพัฒนาการด้านเทคโนโลยีของโลกที่กำลังจะก้าวล้ำไปอีกขั้นเลยก็ได้

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *