รถพลังงานไฟฟ้านวัตกรรมทางเลือกรูปแบบใหม่สำหรับยานยนต์

รถยนต์ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของคนมากขึ้น เพราะรถยนต์ทำให้เราเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย ไปได้ทุกที่ และทุกเวลาที่เราต้องการจะไป โดยไม่มีข้อจำกัดในการเดินทางเหมือนการใช้รถสาธารณะ ส่งผลให้คนซื้อรถยนต์ส่วนตัวเพิ่มจำนวนมากขึ้น สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับรถยนต์ก็คือ น้ำมัน เพราะเป็นพลังงานหลักที่ใช้ในการขับเคลื่อนรถยนต์ ซึ่งพลังงานน้ำมันมีจำนวนจำกัด ส่งผลให้มีราคาสูงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้สภาพผิวถนน การจราจรที่ติดขัด และการเผาไหม้ของพลังงานน้ำมันในเครื่องยนต์ที่ไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้เกิดมลภาวะทางอากาศอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นก๊าซพิษ หรือควันดำต่างเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สุขภาพร่างกายของคนอ่อนแอ มีปัญหาเรื่องระบบการหายใจ จึงนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมรถยนต์ที่สามารถลดมลภาวะ และไม่สิ้นเปลืองพลังงานน้ำมันที่นับวันมีแต่หมดลง นั่นคือ รถพลังงานไฟฟ้า

                รถพลังงานไฟฟ้า (Electric Car) มีหลากหลายรูปแบบ ดังต่อไปนี้

  1. รถยนต์ที่มีการผสมผสานระหว่างการใช้พลังงานจากน้ำมัน และพลังงานจากไฟฟ้า เรียกว่า รถยนต์ Hybrid รถประเภทนี้มีแบตเตอรี่ที่ใช้ในการเก็บพลังงานไฟฟ้าไม่ใหญ่ทำให้ต้องมีการสลับใช้ระหว่างพลังงานน้ำมัน และพลังงานไฟฟ้า
  2. รถยนต์พลังงาน Hydrogen รถชนิดนี้ก็ใช้ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน แต่ต้องใช้พลังงานจาก Hydrogen มาเป็นตัวทำปฏิกิริยาให้เกิดไฟฟ้า รถชนิดนี้ไม่ต้องใช้น้ำมัน แต่ใช้ Hydrogen แทน
  3. รถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ รถยนต์ชนิดนี้จะไม่มีการใช้พลังงานน้ำมันเลย

รถยนต์พลังพลังงานไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลดการใช้พลังงานน้ำมัน แต่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนแทน พลังงานจะถูกเก็บภายในแบตเตอรี่ หรืออุปกรณ์รูปแบบอื่นที่สามารถเก็บพลังงานได้ รถพลังงานไฟฟ้ามีแรงในการขับเคลื่อนได้ดีกว่ารถยนต์ที่ใช้พลังงานน้ำมัน เพราะใช้มอเตอร์ในการขับเคลื่อนโดยตรงทำให้ไม่ต้องผ่านกระบวนการเผาไหม้ รถรูปแบบนี้จะไม่มีเครื่องยนต์ให้เราเห็นเลยเลย เพราะพลังงานจะได้มาจากการเสียบปลั๊กไฟฟ้าจากภายนอก เหมือนเครื่องไฟฟ้าชนิดอื่น ๆ แต่เมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายจากค่าไฟฟ้าแล้วถูกกว่าค่าใช้จ่ายจากการเติมน้ำมันอย่างแน่นอน จุดในการชาร์จไฟฟ้าก็มีความสำคัญอย่างมาก เพราะรถชนิดนี้ขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว จึงจำเป็นต้องมีการสนับสนุนให้เพิ่มจุดในการชาร์จไฟฟ้าในที่สาธารณะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า ที่จอดรถตามอาคารต่าง ๆ หรือ ที่สาธารณะ ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีของรถพลังงานไฟฟ้า ให้สามารถวิ่งได้ระยะไกลมากยิ่งขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เพื่อให้สามารถใช้งานได้นานขึ้น ไกลขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

                รถพลังงานไฟฟ้า ถือได้ว่าตอบโจทย์การเดินทางรูปแบบใหม่ให้กับคนในสังคมได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นนวัตกรรมที่ถือได้ว่าสะดวก ปลอดภัย และประหยัดเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับรถยนต์ในรูปแบบเดิม ส่งผลให้รถพลังงานไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เรียกได้ว่าเหมาะสำหรับคนที่ต้องการความประหยัด อนุรักษ์พลังงาน และยังช่วยให้โลกของเราปลอดมลภาวะได้อีกด้วย

หูฟังแปลภาษาสิ่งประดิษฐ์จากการ์ตูนสู่ชีวิตจริง

การ์ตูนยอดฮิตที่ถือได้ว่าเป็นอมตะสำหรับเด็กทุกคนก็คือ โดเรมอน (Doraemon) ลองคิดซิว่าการ์ตูนที่เคยดูตอนเด็ก ๆ โดเรมอนมักจะนำสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ที่มีล้ำสมัยออกมาช่วยโนบิตะจำนวนมาก สิ่งเหล่านี้ถือเป็นสิ่งของในอนาคตที่เป็นความใฝ่ฝันในวัยเด็กของทุกคน และคิดเสมอว่าสิ่งเหล่านี้ไม่มีทางเป็นจริง เพราะการ์ตูนเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ถ้าวันหนึ่งสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้สามารถนำมาใช้ได้จริงในชีวิตคงเป็นเรื่องที่น่าสนุก ด้วยเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าอย่างมากสามารถทำให้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้พัฒนาให้เป็นไปได้ สิ่งประดิษฐ์อย่างหนึ่งในการ์ตูน ก็คือ วุ้นแปลภาษา แต่ชีวิตจริงคงไม่เป็นเหมือนการ์ตูนเสมอไป เพราะอุปกรณ์ตัวนี้ไม่ใช่ขนม ที่เอาให้คนอื่นกิน แล้วเมื่อผู้กินพูดออกมาจะกลายเป็นภาษาที่เราใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน แต่สิ่งประดิษฐ์นี้ถูกพัฒนาให้กลายเป็น หูฟังแปลภาษา เปลี่ยนจากกินวุ้นเป็นใส่หูฟังนี้แทน เพียงแค่นี้คุณก็จะสามารถติดต่อสื่อสารกับคนต่างชาติ ต่างภาษาได้อย่างง่ายดาย เหมือนกำลังพูดภาษาเดียวกันอยู่เลยทีเดียว

                หูฟังแปลภาษานี้ เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ถูกพัฒนาให้มีรูปแบบไร้สาย ระบบเสียงเป็นแบบสเตอริโอ การใช้งานต้องผ่านการเชื่อมต่อแบบ Bluetooth เพียงแค่เชื่อมต่อหูฟังกับ Smart Phone ที่ใช้งานอยู่ สามารถรองรับระบบปฏิบัติการได้ทุกระบบ การสั่งงานภายในหูฟังใช้ระบบ Clova (Cloud Virtual Assistant) เป็น AI ที่ถูกสร้างขึ้นสำหรับประโยชน์ในการติดต่อสื่อสาร ความต้องการคือให้ Clova กลายมาเป็นผู้ช่วยสำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย เพราะสามารถประมวลผลได้อย่างชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็นการสั่งงานด้วยระบบเสียง การเข้าใจภาษาพูดในชีวิตประจำวัน และสามารถคาดเดาถึงบริบทจากการสื่อสารกับบุคคลรอบข้างได้ ด้วยระบบนี้ส่งผลให้หูฟังแปลภาษาสามารถนำมาใช้เพื่อความสะดวกในการสื่อสารได้แบบ Real Time และไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ สามารถแปลภาษาได้มากถึง 40 ภาษา การทำงานต้องเชื่อมกับแอปพลิเคชันที่ถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับหูฟัง หูฟังนี้นอกจากจะฉลาดในเรื่องของภาษาแล้ว ยังมีความทันสมัยมากขึ้น ตรงที่สามารถป้องกันระบบเสียงรบกวนจากภายนอกได้โดยอัตโนมัติ หูฟังมีการฝังไมโครโฟนไว้ในตัวทำให้รับเสียงของผู้ใส่หูฟังได้โดยตรง ทำให้สามารถจดจำเสียงได้อย่างแม่นยำ การสั่งงานด้วยเสียงจึงสามารถทำได้แม้ในสถานที่ที่มีเสียงจากภายนอกรบกวน รูปร่างของหูฟังมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และไม่มีสายที่เกะกะเหมาะแก่การใช้งานในทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตประจำไป รวมไปถึงการออกกำลังกาย

หูฟังแปลภาษาตัวนี้ไม่ใช่แค่สิ่งประดิษฐ์ที่ใช้ในการแปลภาษาเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถทำงานร่วมกับ Smart Phone ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ฟังเพลงได้แบบชัดเจนไร้เสียงรบกวน การควบคุม และสั่งงาน Smart Phone ด้วยเสียง หูฟังตัวเล็ก ๆ ตัวเดียว แต่ฟังก์ชั่นการใช้งานเกินตัวอย่างแท้จริง เรียกได้ว่าจิ๋วแต่แจ๋ว เพียงแค่นี้การ์ตูนก็ไม่ใช่สิ่งที่เป็นความฝันในวัยเยาว์อีกต่อไป หูฟังแปลภาษาเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการพัฒนาทางเทคโนโลยี และในอนาคตเชื่อได้เลยว่าสิ่งประดิษฐ์อีกหลาย ๆ อย่างจะตามออกมาให้เราใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มรูปแบบ

เสื้อแจ็คเก็ตอัจฉริยะแฟชั่นใหม่สำหรับทุกสภาพอากาศ

เสื้อผ้าเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ของมนุษย์ หมายถึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นในการดำรงชีวิตอย่างมาก เพราะใช้ในการปกปิดร่างกายจากอันตรายรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ร้าย อากาศที่เป็นพิษ เสื้อผ้าถูกนำมาใช้เป็นแฟชั่นสำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ และบ่งบอกถึงความเป็นคนมีบุคลิกภาพที่ดีในการออกไปพบปะผู้คนรอบตัว นอกจากนี้เสื้อผ้ายังใช้ในการปกป้องอุณหภูมิภายในร่างกายของเราให้ปกติ จากสภาพอากาศรอบตัวจะเปลี่ยนแปลงไป สำหรับประเทศไทยเป็นประเทศในเขตร้อน เสื้อผ้าที่สวมใส่จะมีลักษณะเบา สบาย ระบายอากาศได้ดี แต่เมื่อต้องเดินทางไปยังประเทศที่มีอากาศหนาวคนไทยมักจะประสบกับปัญหากับความแตกต่างของสภาพภูมิอากาศอย่างมาก เนื่องจากความไม่ชินกับอากาศหนาว ทำให้ต้องใส่เสื้อผ้าจำนวนมาก เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น การเดินทางต้องใช้กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ และน้ำหนักมาก ถือเป็นอุปสรรคที่สำคัญสำหรับการเดินทาง การสวมใส่เสื้อผ้าที่เยอะจนเกินไปทำให้รู้สึกอึดอัด การขยับร่างกายทำได้ลำบากกว่าปกติ แต่ถ้าใส่เสื้อผ้าน้อยก็อาจจะทำให้เจ็บป่วยได้ การเดินทางหมดสนุก และไม่อยากที่จะเดินทางไปในสถานที่แปลก ๆ ใหม่ ๆ เพื่อเปิดประสบการณ์ให้กับตนเอง

                จะดีแค่ไหนถ้าการเดินทางไปต่างประเทศของคุณพกเป้แค่ใบเดียว ก็สามารถเที่ยวได้ในทุกสถานที่ และทุกสภาพอากาศ เรียกว่าเดินทางไปตะลุยได้ทุกที่แบบ สนุก ไม่ต้องกังวลกับสัมภาระที่มากจนเกินจำเป็น จนทำให้วุ่นวายในการหอบหิ้วสิ่งต่าง ๆ และร่างกายยังมีความคล่องตัวเพราะไม่ต้องใส่เสื้อผ้ามาก ๆ และหนา ๆ เทคโนโลยีที่เป็นตัวช่วยคือ เสื้อแจ็คเก็ตอัจฉริยะ เสื้อนี้ถูกออกแบบมาสำหรับทุกสภาพอากาศ เสื้อถูกฝัง Bluetooth ไว้ให้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เทคโนโลยีทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Smart Phone, Smart Watch หรือ Tablet เพื่อใช้ในการสั่งการทำงานของเสื้อ เสื้อจะถูกฝังเครื่องทำความร้อน (Heater) ไว้ที่บริเวณตัวเสื้อทั้งด้านหน้า ด้านหลัง คอเสื้อ และแขนเสื้อ เมื่อแบตเตอรี่หมดก็สามารถนำออกมาชาร์จพลังงานใหม่ได้ด้วยสาย USB เนื้อผ้าของเสื้อถูกผลิตด้วยวัสดุที่มีความสามารถกันน้ำ กันลม และยังสามารถระบายอากาศได้ดี อุณหภูมิของเสื้อก็สามารถปรับตามความต้องการของผู้สวมใส่ได้ด้วยตัวเอง เสื้อจะแบ่งความร้อนออกเป็นสามระดับ ดังนี้

  1. ระดับต่ำ มีอุณหภูมิอยู่ในช่วง 35 – 40 องศาเซลเซียส
  2. ระดับกลาง มีอุณหภูมิอยู่ในช่วง 40 – 46 องศาเซลเซียส
  3. ระดับสูง มีอุณหภูมิอยู่ในช่วง 46 – 50 องศาเซลเซียส

ระยะเวลาในการใช้งานก็จะแตกต่างกันไปตามระดับ ระดับต่ำสามารถใช้งานได้นานกว่าระดับสูง แต่ถ้าผู้ใช้รู้สึกว่ายุ่งยากก็สามารถเลือกใช้ระบบอัตโนมัติได้ ถ้าอากาศหนาวเสื้อก็จะทำความร้อนโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าอุณหภูมิสูงขึ้น หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ เสื้อก็จะปรับอุณหภูมิให้ต่ำลง และเร่งการระบายอากาศภายในร่างกายออกอย่างรวดเร็ว เพื่อให้อุณหภูมิของร่างกายอยู่ในระดับที่ปกติมากที่สุด เสื้อแจ็คเก็ตนี้สามารถซักได้ปกติ เพราะถูกออกแบบมาให้กันน้ำ และรองรับแรงกระแทกจากการซักได้เป็นอย่างดี

เสื้อแจ็คเก็ตอัจฉริยะนี้เรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถใช้ได้ในทุกสภาพอากาศ และสามารถใช้ใส่ได้ในชีวิตประจำวัน ดังนั้นถ้าคุณไม่อยากรู้สึกว่าการใส่เสื้อผ้าเยอะมากเกินไปเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตลองเลือกหาเสื้อแจ็คเก็ตอัจฉริยะมาใช้ซักตัวรับรองว่าความสะดวกสบาย แบบไม่หลุดแฟชั่นจะกลายเป็นสิ่งที่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน

Smart Phone หน้าจอพับได้ความสะดวกสบายใหม่แบบพกพาได้

โทรศัพท์มือถือ แบบ Smart Phone กลายมาเป็นอุปกรณ์ประจำกายชิ้นใหม่สำหรับทุกคน เพราะ Smart Phone ใช้เพื่อประโยชน์ในการดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็ว ฉับไว ใช้แทนสมุดจดบันทึกในการเตือนความจำ หรือสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน ใช้เพื่อความบันเทิงต่าง ๆ ตั้งแต่การดูหนัง ฟังเพลง ถ่ายรูป เล่นเกมส์ ใช้เพื่อการทำงานที่รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ หรือ ใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงินทางธนาคาร เรียกได้ว่ามี Smart Phone เครื่องเดียวเหมือนมีเลขาฯ ส่วนตัวไปกับเราทุกที่ทุกเวลา ดังนั้นเทคโนโลยีทางด้าน Smart Phone จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก เรียกได้ว่าทุกบริษัทแข่งขันกันพัฒนาออกมาเพื่อให้สามารถใช้งานได้ประโยชน์สูงที่สุด เทคโนโลยีหนึ่งที่มีความทันสมัยมากก็คือ Smart Phone หน้าจอพับได้

                Smart Phone หน้าจอพับได้นี้ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า AMOLED หรือ Active – Matrix Organic Light – Emitting Diodes หน้าจอชนิดนี้มีการควบคุมการจ่ายไฟของกระแสไฟฟ้าได้ดี และแม่นยำเพิ่มมากขึ้น มีการตอบสนองไวส่งผลให้มีเสถียรภาพในการทำงานเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังมีแผ่นฟิลม์ TFT (Thin – Film Transistor) ที่มีจุดเด่นในเรื่องของสีสันที่สดใส ทำให้การทำงานของมือถือมีความเสถียร และภาพที่ออกมายังมีความแม่นยำใกล้กับสีสันของสิ่งต่าง ๆ ในความเป็นจริงอีกด้วย คุณสมบัติเด่นอีกอย่างของหน้าจอแบบ AMOLED คือ ความบาง และเบาของหน้าจอ ส่งผลให้เกิดความยืดหยุ่นที่หน้าจอทั่วไปไม่มี ความยืดหยุ่นนี้มีมากจนทำให้โค้งงอได้ และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือเรื่องของการประหยัดพลังงานเพราะในปัจจุบันสังคมกำลังสนใจในประเด็นเรื่องของพลังงาน หน้าจอชนิดนี้ถูกผลิตออกมาให้ตอบโจทย์ในเรื่องของพลังงาน เรียกได้ว่าประหยัดพลังงาน เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจโลกอย่างแน่นอน การแสดงภาพของหน้าจอไม่ต้องพึ่งหลอดไฟ LED แต่หน้าจอจะเปล่งแสง และแสดงผลสีดำ สีขาวได้ชัดเจน สมจริง ตอบสนองได้รวดเร็วกว่าการใช้การแสดงผลด้วยหลอดไฟ LED

                สิ่งที่สำคัญ และนำมาเป็นจุดขายที่สำคัญสำหรับ Smart Phone ในปัจจุบันคือ หน้าจอที่มีขนาดใหญ่เพื่อให้ตอบสนองต่อการใช้งานที่มีความหลากหลาย เหมาะกับคนทุกเพศ ทุกวัย แต่การพกพาไปได้ทุกที่ก็มีความจำเป็นอย่างมากเช่นกัน ถ้ามีขนาดใหญ่มากจนเกินไป แม้จะใช้งานได้สะดวกกว่าแต่ก็มีอุปสรรคในด้านการพกพา หน้าจอแบบ AMOLED นี้แก้ไขข้อบกพร่องนี้ได้เป็นอย่างดี ด้วยมุมมองที่กว้างขึ้น ความยืดหยุ่นที่มีมากทำให้หน้าจอพับได้ เมื่อกางออกมาก็จะมีขนาดใหญ่เหมาะกับการใช้งาน เมื่อพับก็มีขนาดเล็กลงจนสามารถพกพาไปได้ทุกที่

                Smart Phone เป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นอย่างมาก การแข่งขันของแต่ละบริษัทก็มีสูง ดังนั้นในอนาคต Smart Phone หน้าจอพับได้จะเข้ามาเป็นตัวเลือกหนึ่งที่มีความสำคัญสำหรับคนในยุคนี้ อีกทั้งราคาก็จะไม่สูงมากเรียกได้ว่า พวกเราจะสามารถใช้งานเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อให้เกิดความสะดวกสบายสูงสุดในราคาที่เอื้อมถึงอย่างแน่นอน

สำนักงานอัจฉริยะบ้านหลังใหม่ของคนทำงาน

การทำงานมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์เป็นอย่างมาก เพราะงานถือได้ว่าเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของครอบครัว สำนักงานจึงเปรียบเสมือนบ้านที่สองของมนุษย์ในวัยทำงานทุกคน หลาย ๆ ครั้งเราอยู่ที่ทำงานมากกว่าอยู่บ้าน สำนักงานจึงมีความสำคัญอย่างมากต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ปัญหาในที่ทำงานมักจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้คนเกิดความเครียดในชีวิตอันนำไปสู่การทำงานได้ไม่ดี ตั้งแต่การต้องนั่งทำงานในที่แคบ ๆ เป็นระยะเวลานาน ๆ แสงในที่ทำงานไม่เหมาะต่อสภาพการทำงาน เทคโนโลยีในการทำงานไม่ทันสมัยทำให้ไม่สะดวกสบายในการทำงาน และความแออัดของคนในที่ทำงาน ทุกอย่างที่กล่าวมาล้วนเป็นปัญหาที่สำคัญที่ส่งผลถึงประสิทธิภาพในการทำงาน จะดีแค่ไหนถ้าสำนักงานที่เราทำงานมีความทันสมัยมากขึ้น เพราะมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อประโยชน์ในการทำงานเพิ่มมากขึ้น และเราสามารถใช้ทุกพื้นที่ใช้สอยให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

                สำนักงานอัจฉริยะ (Smart Office) ไม่ใช่ความฝันของคนทำงานอีกต่อไป เพราะเทคโนโลยีนี้กลายมาเป็นสิ่งที่ผู้บริหารงานจำนวนมากหันมาให้ความสนใจ เพราะเชื่อว่า สำนักงานที่ดี น่าอยู่ จะส่งผลให้พนักงานทำงานได้ดีขึ้น สำนักงานอัจฉริยะ คือ การนำเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยมาใช้ในการปรับปรุงที่ทำงาน เพื่อให้เกิดความสะดวกสบายในการทำงาน ลบภาพสำนักงานรูปแบบเก่า ที่มีการกั้นห้องส่วนตัวสำหรับผู้บริหาร หรือ การนำฉากมากั้นเพื่อแบ่งสัดส่วนสำหรับพนักงานในระดับปฏิบัติการ เปลี่ยนเป็นพื้นที่เปิดสำหรับพนักงานทุกคน โดยมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วน ให้พนักงานทุกคน ทุกระดับสามารถเลือกนั่งได้ด้วยตัวเอง ส่งผลให้การใช้พื้นที่ในในสำนักงานลดลง ดูน่าอยู่มากขึ้น และที่สำคัญช่วยลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของการเช่าพื้นที่ลงได้มาก เรียกได้ว่าทุกพื้นที่สามารถเป็นที่ทำงานได้อย่างอิสระเสรี สิ่งที่เชื่อมคนในสำนักงานไว้ด้วยกันคือ เทคโนโลยีที่มีความทันสมัย และเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่มีความเร็วสูง ทำให้พนักงานทุกคนสามารถติดต่อกันได้ทันทีแม้จะไม่นั่งทำงานอยู่ใกล้กัน สิ่งที่มีความสำคัญสำหรับสำนักงานอัจฉริยะ คือ

  1. กล้องวงจรปิดรูปแบบใหม่ เพราะกล้องนี้จะใช้ในการตรวจจับวัตถุสิ่งของ และคนที่เป็นอันตราย แล้วจะมีการแจ้งเตือนแบบทันที นอกจากนี้ยังต้องทำหน้าที่ในการตรวจสอบความหนาแน่นของคนในที่ทำงาน สแกนใบหน้าของพนักงานเพื่อความปลอดภัยในการเข้าออกที่ทำงานด้วย
  2. ระบบโทรศัพท์ที่มีความทันสมัย เพราะการที่ไม่มีพื้นที่ทำงานที่แน่นอน การติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วจึงกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เบอร์โทรศัพท์ภายในต้องเปลี่ยนแปลงตามพื้นที่ที่นั่งทำงาน
  3. การตรวจสอบพื้นที่ที่คนในที่ทำงานใช้มากที่สุด เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาปรับปรุงที่ทำงานให้คนใช้งานได้ในทุกพื้นที่
  4. ระบบไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมแสงสว่าง และอุณหภูมิต้องปรับแต่งได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพต่อผู้ทำงานมากที่สุด

สำนักงานอัจฉริยะ ถือได้ว่าเป็นสำนักงานรูปแบบใหม่ที่คนทำงานใฝ่ฝัน เพราะสำนักงานเหมือนเป็นบ้านหลังที่สอง นอกจากนี้ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานให้กับพนักงาน เหมือนกับการจุดไฟให้กับพนักงานอยากทำงานตลอดเวลา ส่งผลถึงการทำงานที่มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

ชาร์จแบบไร้สายรูปแบบใหม่เพื่อความปลอดภัยของเครื่องใช้ไฟฟ้า และชีวิต

เครื่องใช้ไฟฟ้าถือได้ว่ามีบทบาทอย่างมากในปัจจุบัน เพราะถือเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการอำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ ตู้เย็น เตาไมโครเวฟ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่บทบาทกับชีวิตอย่างมากก็คือโทรศัพท์มือถือ แบบ Smart Phone อุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านี้มีข้อจำกัดที่ถือได้ว่าเป็นปัญหาต่อการใช้งานอย่างมากคือ สายไฟฟ้าที่มักจะสร้างความเกะกะ และรำคาญสายตา สายไฟเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างมาก เพราะใช้ในการส่งพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้าเข้าสู่อุปกรณ์ต่าง ๆ สายไฟเหล่านี้จะมีตัวนำไฟฟ้า โดยตัวนำไฟฟ้าที่ดีก็จะสามารถต้านทานไฟฟ้าได้น้อย ปัญหาที่สำคัญของสายไฟฟ้าก็คือการเลือกใช้สายไฟผิดประเภท อันจะนำไปสู่การเกิดอันตรายต่าง ๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียอย่างรวดเร็ว ไฟฟ้าลัดวงจร ไฟฟ้ารั่ว จนกระทั่งการเกิดอันตรายต่อชีวิต ดังนั้น จึงเกิดการคิดค้นเทคโนโลยีการนำไฟฟ้าเข้าถึงอุปกรณ์ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ที่มีความปลอดภัยมากกว่านั่นคือ การชาร์จแบบไร้สาย

                การชาร์จแบบไร้สาย ช่วยลดปัญหาของความไม่น่ามองจากสายไฟฟ้าที่พัน ระโยงระยางยุ่งเหยิงจากเครื่องใช้ไฟฟ้าหลาย ๆ ชนิดลงแล้วยังสามารถใช้งานได้ปลอดภัยมากกว่าการใช้สายไฟฟ้าแบบเดิม การชาร์จแบบไร้สาย ก็คือ การส่งพลังงานเพื่อชาร์จผ่านทางอากาศ (Over – the – air) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ความถี่ของวิทยุเป็นตัวการที่สำคัญในการแปลงกระแสไฟฟ้า ความถี่นี้จะยิงพลังงานเข้าไปในตัวอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ซึ่งอุปกรณ์ที่ต้องการชาร์จไฟฟ้าต้องมีการติดตั้งตัวรับสัญญาณที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการรับความถี่วิทยุที่ส่งมานี้ การส่งสัญญาณในรูปแบบนี้มีความคล้ายกับการส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตผ่านระบบ Wi – Fi เมื่อได้รับสัญญาณแล้วอุปกรณ์ก็จะแปลงคลื่นความถี่ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ใช้งานได้เหมือนเราเสียบปลั๊กไฟ ในอดีตการชาร์จแบบไร้สายนี้มีข้อจำกัดอยู่ตรงที่ระยะในการชาร์จ ต้องนำอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องการชาร์จไฟวางไว้บนแท่นชาร์จ หรือวางติดกับแท่นชาร์จถึงจะมีกระแสไฟฟ้า แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาให้ใช้ได้ในระยะทางไกลขึ้น อุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากที่ใช้การชาร์จแบบไร้สายคือ โทรศัพท์มือถือ แบบ Smart Phone ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีการชาร์จไฟฟ้าลักษณะนี้ได้พัฒนาให้ใช้ได้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลายชนิดมากขึ้น เพียงแค่นำอุปกรณ์ที่ใช้ในการรับสัญญาณไปฝังไว้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์, แท็บเล็ต (Tablet), โน้ตบุ๊ค (Notebook),  นาฬิกาอัจฉริยะ (Smart Watch), คีย์บอร์ดแบบไร้สาย และกล้องดิจิตอล เพียงแค่นี้อุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ก็สามารถใช้งานได้แบบไม่ต้องง้อสายไฟเลยทีเดียว เทคโนโลยีนี้ยังพัฒนาให้มีความทันสมัยเพิ่มขึ้นคือ สามารถชาร์จอุปกรณ์หลายชนิดในเวลาเดียวกัน และยังสามารถชาร์จอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต่างยี่ห้อได้อีกด้วย

                อุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ทุกบ้านต้องมี และมีจำนวนมาก เพื่อประโยชน์ในการดำรงชีวิตของคนภายในบ้านนั่นเอง ดังนั้น การชาร์จไฟฟ้าจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก และเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สายนี้จะกลายเป็นเทคโนโลยีที่มีความจำเป็นอย่างมากในอนาคต เพราะทำให้การทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่เสียเร็ว และไม่เกิดอันตรายที่จะมาจากการชาร์จไฟฟ้าที่ใช้สายไฟรูปแบบเดิม

แว่นตาอัจฉริยะแฟชั่นใหม่เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน

เมื่อพูดถึงแว่นตาอัจฉริยะหลาย ๆ คนคงคิดถึงแว่นตารูปร่างประหลาด มีขนาดใหญ่ และน้ำหนักมาก ถ้าคุณคิดแบบนี้ขอบอกเลยว่าคุณคิดผิดอย่างแน่นอน เพราะแว่นตาลักษณะนี้เก่า ตกยุค และไม่มีใครกล้านำมาใช้จริงในชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน แต่แว่นตาอัจฉริยะที่จะพูดถึงนี้ถ้ามองผ่าน ๆ ไม่ต่างจากแว่นสายตาโดยทั่วไปเลย ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง น้ำหนัก และที่สำคัญมีความทันสมัยเหมาะกับผู้สวมใส่ทุกเพศทุกวัย ด้วยเทคโนโลยีที่นำมาผลิตแว่นตานี้จะทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกถึงความอัจฉริยะ ไปพร้อม ๆ กับการใช้งานที่สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันอย่างแยกกันไม่ออกเลยทีเดียว

                แว่นตาอัจฉริยะเป็นเทคโนโลยีที่มีการพัฒนามาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะนำมาใช้จริงในชีวิตประจำวันได้ ด้วยเรื่องของรูปร่าง น้ำหนัก และข้อจำกัดทางด้านการฝังกล้องไว้ภายในแว่นตา ซึ่งไม่เหมาะกับสถานที่ที่ห้ามถ่ายรูป หรือสถานที่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว แต่เทคโนโลยีของแว่นตาอัจฉริยะในปัจจุบันนี้ลืมข้อจำกัดเหล่านี้ไปได้เลย เพราะแว่นจะมีลักษณะเรียบ ดูดี เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย ไม่มีกล้องขนาดเล็ก ไม่มีไมโครโฟนที่ยื่นออกมา ไม่มีหน้าจอแสดงผลต่าง ๆ และที่สำคัญไม่มีสายที่ดูวุ่นวาย ถ้าดูจากภายนอกแบบไม่สังเกตจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าแว่นที่ใส่อยู่เป็นแว่นตาอัจฉริยะ แว่นตานี้มีน้ำหนักเบาเพราะมีการฝัง Bluetooth ไว้เพียงอย่างเดียว เพื่อทำหน้าที่เชื่อมแว่นตาเข้ากับโทรศัพท์มือถือแบบ Smart Phone ที่ใช้ได้กับทุกระบบปฏิบัติการ คล้ายกับการทำงานของนาฬิกาอัจฉริยะ (Smart Watch) คำสั่งต่าง ๆ จะถูกสั่งการด้วยแว่นตา โดยใช้การส่องเลเซอร์เข้าที่ตา ด้วยภาพสะท้อนสีแดง ขาว ดำ เข้าที่จอตาของผู้สวมใส่โดยตรง และภาพเหล่านี้จะหายไปถ้าผู้สวมใส่เบนสายตาไปในทิศทางอื่น แว่นตาจึงมีความสามารถตรวจจับเซ็นเซอร์ได้ด้วยการเอียงสายตา จะมีการแสดงผลต่าง ๆ ของโทรศัพท์มือถือ Smart Phone ผ่านแว่นตาโดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูบ่อย ๆ ทำให้ปลอดภัย และไม่พลาดข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งการแจ้งเตือนเหล่านี้ไม่รบกวนเวลาในการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะการแจ้งเตือนจะหายไปเมื่อผู้สวมใส่ไม่สนใจ หรือ มีการขยับศีรษะ นอกจากนี้แว่นตาอัจฉริยะสามารถทำให้ผู้สวมใส่มองเห็นข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่เรากำลังติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ได้ แว่นตาอัจฉริยะนี้พัฒนาโดยลดข้อจำกัดจากแว่นตาอัจฉริยะในอดีต ดังต่อไปนี้

  1. รูปทรงที่เหมือนแว่นปกติ ทำให้สามารถใช้เป็นแว่นสายตาได้ ไม่จำเป็นต้องนำไปสวมทับกับแว่นตาเดิมที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน
  2. แบตเตอรี่ที่ใช้ได้นานเพิ่มมากขึ้น เพราะไม่มีเทคโนโลยีที่มากเกินจำเป็นทำให้ประหยัดพลังงาน
  3. ไม่มีคุณสมบัติที่เกินความจำเป็น เน้นการทำงานในชีวิตประจำวันเท่านั้น

แว่นตาถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับคนที่มีปัญหาทางสายตา หลาย ๆ คนใช้แว่นตาเพื่อความสวยงามหรือเป็นแฟชั่น จะดีแค่ไหนที่แว่นตาอัจฉริยะนอกจากจะตอบโจทย์การทำงานของแว่นตาแบบทั่ว ๆ ไปแต่ยังสามารถนำมาใช้เพิ่มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันให้เราได้ด้วย เรียกได้ว่าความอัจฉริยะไม่จำเป็นต้องดูเชย หรือแปลกประหลาดเสมอไป

ปลอกคอไฮเทคนวัตกรรมใหม่สำหรับเพื่อนรักของคุณ

สัตว์เลี้ยงถือได้ว่าสิ่งมีชีวิตอย่างหนึ่งที่อยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์มาก เพราะเมื่อคิดที่จะเลี้ยงแล้ว ต้องคอยให้อาหาร ดูแล การทำความสะอาดสัตว์เลี้ยงและที่อยู่อาศัย การป้องกันรักษาโรคเพื่อให้เจริญเติบโตอย่างแข็งแรง โดยควบคุมได้แม้กระทั่งการผสมพันธุ์ ดังนั้นสัตว์เลี้ยงจึงมีความผูกพันกับผู้เลี้ยงอย่างมาก และถือได้ว่าเป็นเพื่อนที่ดี จะมีความซื่อสัตย์ต่อผู้เลี้ยงดูอย่างมาก ประโยชน์ที่จะได้รับจากการเลี้ยงสัตว์มีมากมาย นั่นคือ ความสุขใจสบายใจ มีระเบียบวินัยมากขึ้น มีเพื่อนแท้ที่รักผู้เลี้ยงโดยปราศจากเงื่อนไข และที่สำคัญที่สุดทำให้รู้สึกได้ว่าเป็นคนที่มีคุณค่าเพราะมีสัตว์เลี้ยงที่ต้องดูแล ดังนั้นเมื่อตัดสินใจที่จะเลี้ยงสัตว์แล้วต้องให้ความสนใจ เอาใจใส่ และรับผิดชอบ

                ปลอกคอถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับสัตว์เลี้ยง เพราะเป็นเครื่องหมายที่แสดงว่าสัตว์เลี้ยงที่ใส่ปลอกคอมีเจ้าของคอยดูแล ทำให้อุ่นใจได้ว่าสัตว์เลี้ยงที่รักจะไม่ถูกเทศบาลจับไป หรือถูกคนอื่นเอาไปเลี้ยงเพราะคิดว่าไม่มีเจ้าของ นอกจากนี้ปลอกคอมีความสำคัญต่อการบังคับสัตว์เลี้ยงให้เชื่อฟังได้อีกด้วย จะดีแค่ไหนถ้าปลอกคอจะเป็นได้มากกว่าแค่สิ่งที่สวยงาม และการแสดงความเป็นเจ้าของ ลองมาดูนวัตกรรมใหม่ ๆ ของปลอกคอสัตว์เลี้ยงที่รับรองว่าคุณจะต้อง ว๊าว!! อย่างแน่นอน

  1. ปลอกคอ LED เป็นปลอกคอไนลอนคุณภาพดีและนำไฟ LED มาประดับ เพื่อให้สามารถมองเห็นได้ในที่มืด และในสภาพอากาศที่ไม่ดี รับรองว่าเมื่อสัตว์เลี้ยงใส่แล้วนอกจากจะเท่ห์ไม่เหมือนใครแล้วยังช่วยป้องกันอุบัติเหตุในยามค่ำคืนได้เป็นอย่างดี
  2. ปลอกคอบันทึกพฤติกรรมสัตว์เลี้ยง เทคโนโลยีนี้ต้องใช้ควบคู่กับคอมพิวเตอร์ หรือ Smart Phone เนื่องจากปลอกคอจะฝัง GPS ไว้เพื่อระบุว่าตอนนี้สัตว์เลี้ยงอยู่ที่ไหน เมื่อสัตว์เลี้ยงออกนอกพื้นที่ที่เราระบุไว้ก็จะส่งข้อความเตือน ทำให้สามารถสอดส่องพฤติกรรมสัตว์เลี้ยงได้ทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้ยังสามารถบอกด้วยว่าสัตว์เลี้ยงมีพฤติกรรมใดบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการนอน การเดิน การวิ่งเล่น โดยปลอกคอจะบันทึกพฤติกรรมสัตว์เลี้ยงให้เมื่อเชื่อมกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือ Smart Phone ก็จะรายงานผลเป็นกราฟให้เห็นได้อย่างชัดเจน
  3. ปลอกคอแปลภาษาสัตว์เลี้ยง ปลอกคอชนิดนี้ต้องเชื่อมการทำงานกับ Smart Phone เท่านั้น เทคโนโลยีที่สำคัญคือการใช้ดิจิตอลเซ็นเซอร์เพื่อจับเสียงของสัตว์เลี้ยง จากนั้นจะมีโปรแกรมที่ช่วยแปลงเสียงสัตว์เลี้ยงออกมาเป็นภาษาของมนุษย์ เพียงแค่นี้คุณก็สามารถสื่อสารกับสัตว์เลี้ยงของคุณได้แบบไร้ขีดจำกัดทางด้านภาษา
  4. ปลอกคอบันทึกสุขภาพปลอกคอชนิดนี้มีน้ำหนักเบา และขนาดเล็ก แต่คุณสมบัติไม่เล็กตาม เพราะปลอกคอชนิดนี้สามารถตรวจจับการก้าวเดิน และการนอนหลับของสัตว์เลี้ยง จะทำให้สามารถนำข้อมูลที่ได้ไปปรับพฤติกรรมสัตว์เลี้ยงเพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรงได้

นวัตกรรมปลอกคอถือได้ว่ามีประโยชน์อย่างมากสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยงทั้งหลาย เพราะทำให้สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงได้ดีมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังลดอุบัติเหตุที่ถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะพรากสัตว์เลี้ยงที่รักของคุณให้จากไป ลองเลือกปลอกคอที่เหมาะสมให้กับเพื่อนรักของคุณเพียงแค่นี้เขาก็จะอยู่กับคุณไปได้ตราบชั่วอายุของเขาอย่างแน่นอน

หุ่นยนต์ผู้ช่วยส่วนตัวสำหรับบ้านเทคโนโลยีใหม่ เพื่อบ้านที่ปลอดภัย

บ้านถือได้ว่าเป็นสถานที่สำคัญสำหรับทุกคน เพราะถือได้ว่าเป็นสถานที่ส่วนตัวที่เราใช้ในทำกิจกรรมส่วนใหญ่ในการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็น กิน ขับถ่าย ออกกำลังกาย พักผ่อน หรือ พบปะสังสรรค์กันภายในครอบครัว บ้านถือได้ว่าเป็นสถานที่แห่งความอุ่นใจ อบอุ่น ผ่อนคลาย และปลอดภัยที่สุดในชีวิตของมนุษย์ ดังนั้นทุกคนล้วนต้องมีบ้านเพื่อใช้ในการดำรงชีวิต ปกป้องจากภัยร้ายรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ฝน สัตว์ร้าย อากาศที่เป็นพิษ รวมกระทั่งคนแปลกหน้า บ้านเป็นศูนย์รวมสำหรับสมาชิกภายในครอบครัว ทำให้เกิดความสัมพันธ์ร่วมกัน ของคนที่แตกต่างกันทั้งในเรื่อง เพศ วัย บ้านเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ของมนุษย์ ที่ถือว่าเป็นความจำเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ทุกคน สิ่งอำนวยความสะดวกภายในบ้านถือได้ว่ามีความจำเป็นอย่างมาก เพื่อทำให้ชีวิตมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

                เทคโนโลยีที่สำคัญที่ถือได้ว่าเป็นผู้ช่วยที่ทำให้บ้านมีความสะดวกสบายอย่างหนึ่งคือ หุ่นยนต์ผู้ช่วยส่วนตัวสำหรับบ้าน เทคโนโลยีนี้ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อให้ตอบโจทย์สำหรับคนทุกเพศ ทุกวัยในครอบครัว หุ่นยนต์มีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป มีการติดตั้งล้อมอเตอร์ไว้ เพื่อให้สามารถเคลื่อนไปได้ทุกทิศทาง มีเซ็นเซอร์สำหรับตรวจจับสิ่งต่าง ๆ รอบตัวทำให้สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ มีลำโพง และไมโครโฟนมากถึง 4 ตัวทำให้สามารถพูดสื่อสารได้อย่างทันที มีกล้องระบบ HD ทำให้สามารถเห็นความเคลื่อนไหวภายในบ้านได้อย่างชัดเจนเหมือนอยู่บ้านด้วยตนเอง หุ่นยนต์สามารถเก็บข้อมูลจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัวที่เจอทุกวันเพื่อมาสร้างภาพจำลองของบ้าน ทำให้สามารถเคลื่อนที่ไปได้แบบมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้หุ่นยนต์ยังสามารถแสดงอารมณ์ และความรู้สึกได้โดยผ่านสีทางดวงตาที่มีไฟ LED ฝังอยู่ สามารถแยกแยะสมาชิกภายในบ้านได้ด้วยกล้อง และเทคโนโลยีการจดจำใบหน้าที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เราสามารถสื่อสารกับหุ่นยนต์ตัวนี้ได้แบบเต็มรูปแบบ การทำงานต้องเชื่อมกับ Smart Phone เพราะมีฟีเจอร์บางอย่างที่ต้องสั่งงาน และควบคุมด้วยตัวเอง หุ่นยนต์นี้ใช้ดูแลบ้านในยามที่เราไม่อยู่บ้านได้เป็นอย่างดี เหมือนเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะคนใหม่ภายในบ้านที่มีไว้รับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะสามารถพูดคุย ตอบโต้ แนะนำ และดูแลเด็ก ๆ และผู้สูงอายุได้ สามารถใช้ดูแล อยู่เป็นเพื่อสัตว์เลี้ยงได้ ทำให้สามารถติดต่อสื่อสารกับคน หรือสัตว์เลี้ยงภายในบ้านได้แบบ Full HD สามารถบันทึกวีดีโอภายในบ้านเพื่อเก็บข้อมูลไว้ให้มาดูย้อนหลัง หรือส่งให้ดูในทันที ที่สำคัญที่สุดใช้เป็นกล้องวงจรปิดที่ฉลาดมากกว่ากล้องวงจรปิดทั่วไป เหมือนเราจ้างผู้รักษาความปลอดภัยส่วนตัวมาไว้ที่บ้านเลยทีเดียว เพราะช่วยควบคุมดูแลบ้าน เมื่อมีสิ่งผิดปกติยังแจ้งเตือนแบบฉับไว

                เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตอย่างมาก เพราะทำให้สามารถอยู่ได้แบบสะดวกสบาย และปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น เพียงแค่คุณเลือกใช้ให้ถูกที่ และถูกเวลา หุ่นยนต์ผู้ช่วยส่วนตัวสำหรับบ้าน ถือเป็นตัวเลือกที่มีความทันสมัย และมีไว้ภายในบ้านรับรองว่าบ้านคุณจะปลอดภัย และมีชีวิตชีวาเพิ่มขึ้นได้อย่างแน่นอน

สังคมไร้เงินสดสังคมรูปแบบใหม่ที่สะดวก และปลอดภัย

จะดีแค่ไหนถ้าคุณสามารถเดินออกนอกบ้านได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องพกกระเป๋าสตางค์ เพียงแค่คุณมีโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวก็สามารถที่จะจับจ่ายใช้สอยได้แบบสบาย ๆ เหมือนนำกระเป๋าสตางค์ติดตัวออกมาด้วย หลาย ๆ คนคงมีคำถามว่าจะเป็นไปได้อย่างไร สิ่งที่คุณสงสัยมีคำตอบให้แบบเจาะลึกเลยทีเดียว ลักษณะที่กล่าวมานี้เรียกว่าสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) สังคมนี้ไม่ใช่ว่าไม่ต้องใช้เงิน เพียงแค่คุณไม่จำเป็นต้องพกเงินออกจากบ้านเหมือนในอดีต เพราะคุณสามารถใช้จ่ายเงินของคุณได้ผ่าน แอปพลิเคชันทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งรูปแบบที่ง่าย ปลอดภัย และนิยมใช้มากที่สุดก็คือ การใช้การสแกน QR Code

                QR Code หรือ Quick Response Code เป็นรูปแบบใหม่ของการใช้เงิน หรือการทำธุรกรรมทางการเงิน ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก QR Code พัฒนามาจาก Barcode แต่สามารถใช้งานได้ง่าย และปลอดภัยมากกว่า โดยได้มีการพัฒนาให้นำมาใช้ในการชำระเงิน โดยเชื่อมต่อกับบัญชีธนาคาร หรือบัตรเครดิตที่มีอยู่เดิม ทำให้สามารถใช้งานได้สะดวกเพิ่มมากขึ้น เพียงแค่คุณมีโทรศัพท์มือถือแบบ Smart Phone จากนั้นทำการ Download แอปพลิเคชันของธนาคารที่คุณมีบัญชีอยู่ ก็สามารถใช้งานได้แล้ว การใช้งานทำได้โดยมองหาร้านค้า หรือบริการที่รองรับการจ่ายเงินด้วยระบบ QR Code ซึ่งในปัจจุบันสามารถใช้ได้ในแทบจะธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า หรือ การบริการต่าง ๆ ขั้นตอนในการจ่ายก็สามารถทำได้ง่าย ดังนี้

  1. เปิดแอปพลิเคชันที่คุณได้ทำการ Download ไว้บนมือถือขึ้นมา แล้วเลือกเข้าไปในหน้าจอที่ให้ Scan QR Code
  2. Scan QR Code ของร้านค้า หรือบริการที่คุณต้องการจะจ่ายเงิน จากนั้นใส่จำนวนเงินที่คุณต้องการจ่าย และกดยืนยันการจ่ายเงิน
  3. ทางระบบจะมีหลักฐานยืนยันการจ่ายเงินของคุณผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือ E Mail ที่คุณได้ทำการเชื่อมระบบข้อมูลไว้

เพียงเท่านี้คุณก็สามารถซื้อสินค้า และบริการจากร้านค้าต่าง ๆ ได้แบบไม่ต้องพกกระเป๋าสตางค์เลยทีเดียว ระบบนี้ถือได้ว่าทำให้เราประหยัดเวลาอย่างมาก เพราะเราไม่จำเป็นต้องเดินทางไปธนาคาร หรือตู้ ATM เพื่อทำการถอนเงินอีกต่อไป และยังดีสำหรับผู้ที่ต้องซื้อสินค้าหรือบริการที่มีราคาสูงมาก ๆ เพราะไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมากซึ่งเสี่ยงต่อการถูกขโมย นอกจากนี้ในขณะที่เราซื้อสินค้าหรือบริการก็หมดกังวลเรื่องการจ่ายเงินด้วยแบงก์ใหญ่ แล้วจะโดนคนขายสินค้า หรือบริการบ่นเรื่องการหาเงินทอน หรือไม่มีเงินทอนให้กับเราได้อีก สุดท้ายนี้การใช้ระบบการเงินแบบนี้ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศด้วย เพราะทำให้คนสามารถจับจ่ายซื้อสินค้า บริการได้ง่ายขึ้น และทำได้ตลอดเวลา

สังคมไร้เงินสด ถือได้ว่าเป็นสังคมของธุรกรรมการเงินรูปแบบใหม่ที่มีทั้งความสะดวก และยังปลอดภัยอย่างมาก สามารถทำให้คนที่มีข้อจำกัดทางด้านเวลาสามารถเข้าถึงสินค้า และบริการได้เพิ่มขึ้น เรียกได้ว่าทำให้เศรษฐกิจของประเทศพัฒนา และก้าวหน้าต่อไปเพื่อรองรับการเทคโนโลยีด้านอื่น ๆ ที่ทันสมัยเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย